อันที่จริงผมคุ้นเคยกับจีนและเวียดนามมาแต่อดีต  พอมีโอกาสเดินทางไปจีนและเวียดนามผมจึงไม่รีรอ แจ้งความจำนงทันที  ไปจีนก่อนในปีต่อมาเดินทางไปเวียดนาม ทั้งสองประเทศนี้มีลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์(เมื่อไหร่อารมณ์เขียนหนังสือและมีเวลาเป็นขอตัวเองจะเริ่มต้นเขียนเรื่องนี้ให้จบ ครับ)

แรงงานแห่งความรัก

posted on 28 Feb 2012 09:01 by highsierra
 
สามปีด้วยแรงงานแห่งความรักจึงมาเป็นบ้านภูสูง
 
 
อันแรงกายหยาดเหงื่อ    ด้วยสองมือ
สามปีกว่าแห่งความรัก    ของแรงงาน
มุ่งมั่นหมายปองเธอ        ด้วยปราถนา
ด้วยแรงงานแห่งรัก         จึงมีบ้านภูสูง
ต่อมาเวลานั้นเธอจากไป      ให้ห่วงหา

สายธารและจันทร์เพ็ญ

posted on 05 Jun 2011 13:45 by highsierra

 

 

 

 

สายธารและจันทร์เพ็ญ

 

 

 

 

จันทร์เพ็ญลอยดวงเหนือแนวป่าและธารน้ำไหลในร่องเขา  พร้อมทั้งสาดแสงเรืองรองลอดช่องระว่างยอดไม้    เวลาต่อมาเงาจันทร์เรืองรองคลุมทั้งลำธารสะท้อนขึ้นสู่ยอดไม้และเถาวัลย์  สายน้ำไหลกระทบหินในเงาจันทร์เกิดฟองกระจายขาวสะท้อนเงาจันทร์ไปทั่วลำธาร

                กลางลำธารบนโขดหินชายวัยกลางคนนั่งนิ่งภาวนา ตั้งสติ  มีสมาธิ สร้างพลังในใจให้พ้นทุกข์ที่เกาะกินมานานนับปี   สายตามองเพ่งไปยังเงาจันทร์คืนเดือนเพ็ญวันวิสาขบูชา

                มันเป็นเรื่องโหยหาที่มีต่อสหายหญิง  ทุกข์เมื่อเขาผิดพลาดทำให้หล่อนจากเขาไป   แต่นั่นไม่ทุกข์เท่ากับการที่เขาพยายามให้หล่อนหวนกลับคืนมา  ตราบใดยังมีชีวิตอยู่อันต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้

                บางครั้งจึงหาช่วงเวลาให้หลุดพ้นจากความทุกข์โศกเพื่อใจที่เหนื่อยล้าได้หยุดพัก  ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตามเถอะ

                เขาตั้งใจไว้แล้วว่าเพ็ญปีนี้จะมานอนป่าให้ได้และจะขอมาคนเดียว  พูดคุยกับตัวเองในคืนเดือนเพ็ญ    เมื่อถึงวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน   พืชมงคล  เสาร์ – อาทิตย์  วิสาขบูชา  ห้าวันคงเพียงพอสำหรับพักใจที่อ่อนล้า

              หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้นอนป่า  มาปีนี้มองหาป่าเขา  ลำธาร  ภูผาอันที่จริงงานประจำมีหลายอย่างที่ต้องเร่งสะสางให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 54  ทำไงได้ใจอยากมานอนป่าก็ต้องมาแม้จะทิ้งงาน  และมิตรสหายก็ต้องไป

                อุทยานแห่งชาติเขาสกอยู่ห่างจากบ้านพักของชายวัยกลางคนประมาณ  350  กิโลเมตร  พูดไปก็เสมือนย้อนรอยความทรงจำ   เขาจำได้ว่าเคยมาพักกับสหายหญิงเมื่อช่วงเมษา  ปี  52  มาคราวนี้เดินทางมาคนเดียว  ความตั้งใจของเขามาเพื่อภาวนากลางลำธารในป่าเขา

              ชายวัยกลางคนมาถึงวันแรกก็เย็นมากแล้ว  บริเวณลานกางเต็นท์ไม่มีเต็นท์นักท่องเที่ยวให้ปรากฏ  เขาสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า  ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน  นักท่องเที่ยวจองบ้านพักกันหมด

             ชายวัยกลางคนเตรียมเครื่องแคมป์มาพร้อม   แต่ใจหนึ่งอยากมานั่งภาวนาคืนจันทร์เพ็ญ  หากเว้นความลำบากสักครั้งไม่ต้องการความท้าทายดินฟ้าฝนในป่าเขาคงดี

              เขาจึงได้บ้านพักเอกชนหลังหนึ่ง  เลือกตรงบริเวณติดลำธาร  และได้ตามใจคิด  บ้านยกพื้นสูงระเบียงยื่นไปในลำธาร  คืนนั้นเขาจึงนั่งมองสายน้ำในลำธาร  เขียนบทกวี

 

จันทร์ลอยดวง                                                 เหนือสายธาร

สาดแสงลอดช่อง                                            ยอดไม้

แสงเรืองรองกระจายทั่ว                                  ลำธาร

ธารน้ำไหลไหลรินเรื่อย                                  ไม่สิ้นสุด

ค่ำคืนนี้สายธารยังไหล                                    คู่จันทร์เพ็ญ

คืนแห่งวิสาขบูชา                                           ในป่าเขา

ร่างกายและหัวใจ                                           เป็นหนึ่งเดียว

หนึ่งเดียวกับสายธารและ                                จันทร์เพ็ญ

ความคนึงโหยหาคนรัก                                คงยังมี

แต่ก่อนสหายหญิงข้า                                      เคยเป็นหนึ่ง

เป็นหนึ่งเดียวกับข้า                                        และสายธาร       

บัดนี้ รักสลายแต่ข้ายังมี                                  สายธารและจันทร์เพ็ญ

                                                                                                                         เขาสก  15 / พค / 54

 

                สายของวันที่สองเขาทิ้งหนังสือไว้ในเปลแล้วเดินลงสู่สายธาร  ชายวัยกลางคนเอนตัวลงนอนในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวอยู่ระหว่างร่องหินเขาหลับตาปล่อยให้น้ำนวดเฟ้นหลังไหล่และหัวใจที่เมื่อยล้า 

                ลืมตัวไปช่วงระยะหนึ่งเพิ่งนึกออกว่าเขามองยอดไม้เหนือสายธาร    มองต่างจากต้นไม้ที่บ้านภูสูง   จะว่าไปเหตุที่เขาปลีกตัวจากสังคมเมืองเที่ยวนี้ก็เหมือนกับเที่ยวอื่น      ส่วนหนึ่ง คือเพื่อหนีความวุ่นวายในสังคมเมือง  ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์บ้าง  ในโลกมิมีเพียงมนุษย์เพียงอย่างเดียวมันไม่พอที่จะช่วยให้เข้าใจชีวิต  ชีวิตยังมีอีกหลายรูปแบบ   ชีวิตของภูเขา  ป่า   ลำธาร สิ่งเหล่านี้มนุษย์ยังอิงอาศัยอยู่   บางครั้งเรายังไม่เข้าใจอะไรเลย  ไม่เข้าใจชีวิตผู้คน  แม้แต่ชีวิตภูเขา   จะสัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูเขาเราต้องอยู่ไกลออกมา  จะเข้าใจรูปทรงของมันเราต้องจาริกไปโดยรอบ  จะหยั่งถึงอารมณ์ของภูเขาเราต้องเฝ้าดูมัน

                เขาคิดอย่างนี้แล้วก็นึกออกว่าก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาต้องห่างสิ่งที่รักเสียบ้าง

                เขาอยากกล่าวคำขอโทษ  และอยากสารภาพบาปอีกหลายๆเรื่องที่เคยทำมาในชีวิต  แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างและทุกเรื่องยากที่จะได้รับการให้อภัยเพียงแต่ขอความเมตตา   การตัดสินบาปบุญคุณโทษ  ถึงที่สุดแล้วมนุษย์บัญญัติขึ้นมาเอง  อดีตอันชั่วร้ายจึงไม่อาจกลับไปขอโทษและสารภาพบาปได้  เพียงแต่ปัจจุบันทำให้ดีที่สุด

                สายวันนั้น…ชายวัยกลางคนรู้สึกว่าระหว่างตัวเขากับสายน้ำ  ลานหิน  ต้นไม้  เป็นหนึ่งเดียว สงบนิ่ง  หมดสิ้นความอยากที่จะอธิบาย…