ป่า เขา ลำธาร

posted on 11 Jan 2011 14:43 by highsierra

 

 

 

 

  

ป่า   เขา    ลำธาร 

 

หลังจากโดน คลื่น  ลม  ฝน  แดด  เมื่อ  2  วันก่อน  เอาชีวิตรอดมาได้นับว่าโชคชะตายังเข้าข้างอยู่  ผมยังมีวันหยุดเหลือพอที่จะเดินทางไปอีกด้านหนึ่งของความรู้สึก  จากคลื่น  ลม  ฝน  แดด มาสู่ ป่า  เขา  ลำธาร   และที่นั่นคงไม่พ้นป่าใกล้บ้านเกิด

       … จำได้ว่ามันสูงกว่าภูเขาลูกอื่นๆที่เคยปีนป่ายมา   ทางขึ้นชันแต่ก็มีรากไม้ต้นไม้ให้จับยึดใช้เวลาสองวันกับหนึ่งคืนถึงยอดเขาเจ็ดยอดแห่งเทือกเขาบรรทัดช่วงรอยต่อจังหวัดตรัง-พัทลุง ผมต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อจะไต่ขึ้นไป   ต่อมาไม่ว่าภูเขาจะสูงแค่ไหนผมไม่รีรอที่จะปีนมัน…นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อสองปีที่ผ่านมา

          ฉะนั้นการไปเดินป่าที่เขาสกมันจึงเพียงเป็นเรื่องของการไปพักผ่อนมากกว่าที่จะพาตัวเองไปสู่ความลำบาก

         ทุกครั้งที่คิดจะหลุดโลก  ผมมักคิดถึงป่า  เขา  ลำธาร 

             เช้าวันที่  12   เมษายน   2552   ก่อน วันสงกรานต์  1 วัน  ผมจึงจัดเตรียมสัมภาระการตั้งแค้มป์ขับเจ้าฟอร์ดเรนเจอร์ขับเคลื่อนสี่ล้อออกจากอำเภอหาดใหญ่ไปรับคนรู้ใจสหายหญิงของผมที่อยู่ห่างไปไม่เกินสองร้อยกิโลเมตร      

 เมื่อเข้าสู่เส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาสกสองข้างทางอุดมไปด้วยภูเขา ป่าไม้  ใกล้อุทยานแห่งชาติเท่าไหร่  ความเงียบสงบก็มีให้เห็น  รถหลายคันที่มาจากเมืองหลวงก็มุ่งสู่จุดหมายที่เดียวกับผม  เราถึงจุดจอดรถซึ่งห่างจากจุดตั้งแค้มป์ประมาณ 20  เมตร  ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ชอบป่าเขาเช่นเดียวกับผมมากพอสมควร  ผมกับสหายหญิงทะยอยขนสัมภาระ และเลือกจุดตั้งแค้มป์ข้างลำธารน้ำใส  สามวันสองคืนต่อไปนี้ เราคงมีวิถีชีวิตชาวแค้มป์อีกครั้ง

         … ภูบ่สูง   แต่ว่าห้วยมันลึก…   บทเพลงแห่งตำนานของพงษ์เทพ   มักดังมาจากภายในอยู่บ่อยครั้ง  ภาพภูมิประเทศที่ผ่านมาในอดีตนานมาแล้วปรากฏให้เห็น  ภูเขาในแถบนี้เชื่อมโยงติดต่อกันหลายภู  เป็นธรรมชาติของป่าเขาทางภาคใต้ของประเทศมักจะเป็นป่าทึบเชื่อมติดต่อกันหลายภู ซึ่งต่างกับภูเขาทางภาคอีสาน 

             “เพิ่งมากางเต็นท์เหรอครับ”   ผมทักทายหญิงสาวอายุราวสามสิบต้นๆ

            “ค่ะ เพิ่งกางเสร็จ”

            “สงกรานต์น่าจะเที่ยวทะเล”  ผมชวนคุยต่อ ในขณะที่เราเริ่มกางเต็นท์

            “เที่ยวมาแล้วค่ะ  และก็เลยมานี่”  หล่อนเป็นคนจังหวัดภูเก็ต ผมจึงไม่แปลกใจ ว่าทำไมเที่ยวทะเลก่อนมาเที่ยวป่า

             แต่ก็ไม่วายอดสงสารหล่อนไม่ได้ในความพยายามก่อไฟหุงข้าวมื้อเย็นของเธอ

            พอมืดค่ำผมเป็นยามให้สหายหญิงอาบน้ำในลำธารน้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา ยังกับบทกวีของสุนทรภู่  เข้าใจว่าเป็นลำธารน้ำตกที่เริ่มต้นไหลมาจากยอดเขายอดใดยอดหนึ่ง  พรุ่งนี้ตั้งใจเดินย่ำไปตามเส้นทางเหนือลำธารขึ้นไป เป็นอีกครั้งที่ผมจะได้ทดสอบกำลังขาในวัยที่ข้ามเส้นครึ่งร้อย

            ความเมื่อยล้าจากการสวมบทบาทพรานทะเลเมื่อสามวันก่อนหน้านี้ ค่ำคืนนี้ผมเลยม่อยหลับท่ามกลางบรรยากาศ ป่า  เขา  ลำธาร

 หากผมฟังและพูดภาษานกได้คงจะรู้ว่าในเช้านี้เหล่านกบนต้นจิกใหญ่เขาคุยอะไรกัน…  เช้าวันที่สองหอมดอกจิกใหญ่  ฟังเสียงนก  ต้มน้ำกินกาแฟ  แล้วก็หุงข้าว… น้ำในลำธารใสและไหลอย่างเช่นเมื่อวาน

            นานแล้วที่ผมไม่ได้เห็นรอยยิ้มอย่างมีความสุขของสหายหญิงอย่างเช้าวันนี้  รอยยิ้มในวันสงกรานต์   เธอเก็บดอกจิกร้อยเป็นช่อนำมาชื่นชมลูบไล้ใบหน้า  ผมเฝ้ามองภาพเบื้องหน้าอย่างมีความสุขไม่ต่างจากเจ้าของดอกจิก

หลังจากหลบสายตาจากเธอไม่นาน  พลันกลับมาคิดถึงวิถีชีวิตของตัวเอง เกือบสิบปีที่ผ่านมาชีวิตโลดแล่นโดดเดี่ยวเดินทาง  มันเป็นวิถีชีวิตที่หากว่างเว้นจากงานประจำมิได้จำต้องออกเดินทาง บ้านในฝันก็ยังไม่เป็นจริง  พื้นที่ยังว่างเปล่า  หากบ้านในฝันของผมเป็นจริง   เธอคงมีสุขไม่ต่างกับผม

ผมไม่นึกเลยว่า ครึ่งปีต่อมาบ้านในฝันของผมก็เป็นจริง…  และเธอมีความสุขแทนผมได้ไม่นานเช่นกันเธอก็ตัดสิน ใจเก็บความสุขไว้เป็นอดีตเมื่อบ้านผมเป็นจริงครบหนึ่งปี…

หลายปีที่ผ่านมา… ผมค้นพบหลายสิ่งและเช่นกันสิ่งใหม่ๆก็คืบคลานเข้ามาในชีวิต  อีกสิบปีข้างหน้ามันอาจหวนมาค้นพบอะไรบางอย่างที่ผ่านเลยมา

                ผมนั่งรำพึงกับตัวเองที่ลานหน้าเต็นท์จนได้ยินเสียงสหายบอกว่าพร้อมแล้วที่จะออกเดินป่าเส้นทางไป-กลับ ประมาณ  10  กิโลเมตร   จึงไม่จำเป็นอาศัยคนนำทาง

อาจจะกล่าวโดยรูปธรรมแล้ว  การเดินทางไปต้นน้ำของเราครั้งนี้  นับว่ามีที่มาแจ่มชัดว่าเดินเพื่อหาความสุขท่ามกลางป่าทึบและธารน้ำใสมากกว่าเดินป่าเสาะหาชีวิตจริง   

เดินป่าครั้งนี้ไม่โหดเหมือนเดินเขาเจ็ดยอด  และเขาหลวง  เพียงได้มาใช้วิถีชีวิตในป่าก็สุขใจแล้ว

                เป็นอันว่า เช้าวันที่  13  เมษายน  2552  ผมกับสหายหญิงมาเดินอยู่ท่ามกลาง ภูเขา ลำธาร  และก็ป่า ความอ่อนวัยของเธอเมื่อเทียบกับผมซึ่งเพิ่งข้ามเส้นครึ่งร้อยมาไม่นาน  มันก็ไม่ต่างกันมากนัก เดินมาสักพักเป้บนหลังเธอทำให้ให้เธอหายใจถี่ขึ้นถึงแม้จะวัยเยาว์แต่หากขาดการออกกำลังกายมันก็ทำให้เธอมีอาการเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด

 เราเดินลัดเลาะไปตามริมลำธารน้ำใส   มีเพื่อนร่วมเดินทางไม่กี่คน   บ้างเป็นชาวต่างชาติ     แต่เดินทิ้งระยะห่างพอเป็นส่วนตัวของแต่ละกลุ่ม           ย่างก้าวแต่ละก้าวรู้สึกได้ว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มขึ้นสามกิโลกรัมนั่นหมายถึงผมต้องพาน้ำหนักตัวเองบวกด้วยเป้หลังไม่ต่ำกว่า 75 กิโลกรัม แต่เมื่อเทียบกับเป้หลังเดินสู่ค่าย  84   ยังเบากว่าเท่าตัว

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป  เป้าหมายของการเดินครั้งนี้ คือน้ำตก  ตามเส้นทางผ่านบางจุดยังมีรอยเท้าหมูป่าให้เห็น  ภาพในความทรงจำการเดินป่าของผมในแต่ละครั้งที่ผ่านมาผุดขึ้นมาทำให้การเดินป่าครั้งนี้ถึงแม้จะไม่โหดและตื่นเต้นแต่ก็มีบรรยากาศจากจินตนาการที่ผ่านมา  ลำแสงแดดส่องเล็ดลอดกิ่งไม้ใหญ่ลงสู่พื้น  สายวันนี้ทำนายได้ว่าฝนคงไม่ตก

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาผมพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนโขดหิน  ละอองน้ำที่ตกลงมาจากโขดหินสูง กระแทกก้อนหินน้อยใหญ่ทำให้เสียงดัง  พูดกันระยะสามเมตรคงไม่ได้ยินแถมยังช่วยขับไล่ความร้อนอีกด้วย

                นั่งบนโขดหินมองขึ้นไปเหนือสายน้ำลำธาร ลำน้ำไหลลดลั่นลงมาจากที่สูงทำให้เกิดช่องทางหุบเหวของป่า เหนือขึ้นไปในแนวดิ่งปุยเมฆโอบกอดสันเขาไว้อย่างนุ่มนวลแดดสายลอดช่องฟ้าลงมา  สัมผัสยอดไม้เขียวในป่าทึบ

            มันเป็นบรรยากาศทั่วไปของป่าทึบทางภาคใต้

             ผมอยู่กับสหายหญิงคนหนึ่งที่ผมรัก  ที่แวดล้อมไปด้วย ป่า  เขา  ลำธาร ผมเป็นยามเฝ้าระวังปล่อยให้เธอลงเล่นน้ำ แต่สายตาไม่ละจากอิริยาบถของเธอ

                วันนั้นผมเดาเอาว่าเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางความโล่งร้างโดยลำพัง โซ่ตรวนอันใดคงมิล่ามเธอไว้ เธอเชื่อว่าจากนี้ตัวเองคงกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆที่ถูกล้อมไว้ด้วยความว่างเปล่าสุดสายตา มันคือความอิสระเหนืออื่นใด  ผมปล่อยให้เธออยู่กับความอิสระ…

                ไม่นานผมจึงลงเล่นน้ำให้คลายร้อนช่วงเดือนเมษายน

               จนเที่ยงวันเราจึงเดินทางกลับเต็นท์ที่พัก

เย็นวันนั้น…

อีกความรู้สึกหนึ่งของบ้านเมืองเมื่อผมไปหาซื้อสิ่งของบางอย่างที่ร้านสวัสดิการของอุทยาน ในจอทีวีภาพแห่งความวุ่นวายของบ้านเมืองในวันสงกรานต์กองกำลังของรัฐเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง    ชาวไทยรู้ดีว่ากลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลืองอยู่คนละขั้วกันมันเป็นเรื่องชินตาของคนประเทศนี้

เป็นเช้าวันที่สองแล้วที่นกกางเขนคู่หนึ่งบินวนเวียนต้นไม้สามต้นใกล้เต็นท์ มีโพรงเล็กๆที่ต้นไม้ต้นกลางปิดบังด้วยเถาวัลย์เส้นใหญ่เป็นความบังเอิญหรือเจตนาการเอาตัวรอดของนกตัวเล็ก เถาวัลย์ปิดบัง มิให้รังรักของมันถูกรังแกด้วยฝีมือมนุษย์  ผมนั่งเฝ้าสังเกตด้วยความรักและมีความสุขกับความเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ   นึกไม่ออกว่าทำไมคนเราบางกลุ่มจึงชอบจับนกใส่กรงขังเพื่อชื่นชมมัน

            เช้าวันที่สามเพื่อนบ้านของเราเหลือน้อยหญิงสาวเต็นท์ข้างเคียงก็ยังอยู่  สหายหญิงของผมไม่เหงาและเข้ากับเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี  ธรรมชาติก็ยังเคลื่อนไหว ผมยังนั่งหน้าเต็นท์ดื่มกาแฟร้อน และชื่นชมธรรมชาติแห่งเขาสกเป็นวันที่สาม

                หมอกบางๆนวลนุ่มลอยเหนือผิวน้ำในลำธาร คงไม่มีใครเห็นอย่างผม  หากมิได้อยู่ตรงนี้เวลานี้    ยามเช้าในป่า เขา  ลำธาร  กับยามเช้าบนหาดทรายชายทะเลย่อมให้ภาพที่ผิดแผกแตกต่างกัน  ทว่าในความต่างมีความเหมือน  เนื่องเพราะทั้งสองให้ความสุขอันยาวนาน

             น้ำในลำธารไหลตั้งแต่วันแรกที่เรามาและเวลาผ่านไปสามวันก็ยังไหลเช่นเดิม  มีบ้างที่เมื่อวานที่มีสีน้ำขุ่นแดงและปริมาณน้ำในลำธารเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ  รองเท้าแตะวางอยู่ริมน้ำถูกพัดลอยไปกับน้ำ  อาจมีฝนตกทางต้นน้ำ  ทำให้สหายหญิงวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกบอกให้รีบย้ายเต็นท์เพราะน้ำป่าจะมา 

             “รีบย้ายเต็นท์เถอะ น้ำป่าจะมา”

             “ไม่ต้องตกใจ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น   ไม่ใช่น้ำหลาก”  ผมตอบให้สติเธอกลับมา เพราะสังเกตเห็นได้ว่าน้ำกำลังลด

              เช้านี้ ปริมาณน้ำอยู่ในระดับปกติ

               กระเช้าสีดาเกาะเถาวัลย์น้อยห้อยระย้าอยู่หน้าเต็นท์ เพิ่งเห็นความงามของเขาตอนวันสุดท้ายนี่เอง

                นกหลายชนิดบินเกาะสลับบนกระเช้าสีดา  แล้วก็บินวนเวียนไปยังต้นจิกใหญ่  ดอกจิกใหญ่ร่วงโปรย  สหายรักผมยืนชื่นชม  อิ่มไปด้วยความสุข    เธอเก็บดอกจิกมาร้อยเป็นพวงอีกครั้งเสียดายว่าดอกจิกคงรูปเดิมไว้ได้ไม่นาน

              เช้าวันที่  14  เมษายน  หน้าร้อนของ ปี 2552  ผมและสหายหญิงเลือกมาอยู่ป่า  ฟังเสียงนก ฟังเสียงน้ำในลำธาร  พูดคุยกับคนไม่รู้จัก  บางเวลาก็นอนเปลฟังเสียงนกกางเขนดง  บรรยากาศป่าวันนี้ขอนำไปจำลองเป็นป่าในเมืองในวันข้างหน้า

             ผมเป็นคนขี้เหงา  แม้ว่าจะตกอยู่ในสภาพไหน  สถานการณ์ไหน   ลึกลงไปในใจก็คือความเหงา  มันคือเพื่อนของผมเสมอมา  ในความเหงาของผมมักมีเรื่องราวให้ขบคิด  แม้กระทั่งเรื่องทุกข์ใจเกิดขึ้นก็หลายครั้ง

              …คนเราหนีเงาตัวเองไม่พ้นฉันท์ใดเสมือนตัวเองหนีความทุกข์ในตัวตนไม่พ้นฉันท์นั้น  ความทุกข์และความเหงาจึงอยู่กับผมตลอดกาล…

Comment

Comment:

Tweet

สหายหญิงของผมเป็นคนใจดี อยู่แบบง่ายๆ น่ารัก หล่อนเลือกทางเดินของหล่อน ผมก็ยินดีด้วย

#6 By ภูสูง (118.173.216.162) on 2011-02-19 14:04

อยากเห็นสหายหญิงจัง

#5 By คนเคยรู้จัก (118.173.186.171) on 2011-02-17 13:56

" โห.... เป็นนักเขียนได้ดีที่เยี่ยมยอด confused smile

ปรบมือให้ค่ะ คือนรินเขียนไม่เก่ง แต่ชอบอ่าน

มีอยู่ช่วงหนึ่ง อ่านหนังสือ เรื่องเล่า จำชื่อไม่ได้แล้ว เค้ากล่าวถึงตัวสงกรานต์ มันเป็นสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ ตามคลองกรุงเทพ อ่านแล้วเพลิน ชอบมากกก


....เขาสก เป็นอะไรที่นรินอยากไปอีก เพียงนึกถึงสายน้ำใส ๆ ความเงียบสงบ สายฝนโปรย ป่าเขา
อนาคตก็จะไปที่นั่น แต่คราวนี้จะไปกันเอง หลังจากไปธุระกลับมาแล้ว อีกไม่นานก็จะตะลอนเช่นกัน

เขาสกน่าเที่ยวค่ะ แต่นรินไม่ได้ไปเดินลุยป่า เด๋ว หาแก๊งบั๊ดดี้ เราคงได้ไปแบบนั้นบ้าง

...เคยเดินป่า ที่เขาใหญ่ ทาก ลำธาร ตอนกลางคืนห้าทุ่มยังได้อนุญาติไปกับพวกพี่ เจ้าหน้าที่ ไปตรวจที่ผากล้วยไม้ มันส์มากเลยค่ะ (จริง ๆ ทุ่ม เค้าก็ไม่ให้คนทั่วไปเข้าแล้วหล่ะ เห็นพี่ว่างั้นกันนะ แต่นรินโชคดี เนื่องจากพูดมาก พี่ฮา เลยขออนุญาติครู แล้วก็ได้ไปกัน)

...ทะเล แบบลุย ๆ ยังไม่ได้ไป มีพี่เจ้าทะเลซะเปล่า เหอ ๆ question ... จะได้คลุกคลีก็กับชาวบ้านบนเกาะสมุย ยังได้รู้วิถีชีวิตชาวเล คือก่อนที่เค้าจะให้เรากินปลาหมึกย่างที่ได้มาจากไปประมง เค้าก็โยนทิ้งไปก่อน แล้วเราก็ค่อยกินได้ อะไรประมาณนั้น อย่างน้ำตกผาเมือง(หรือหน้าเมือง ลืม !) ก็มีประวัติ ลูกหลานที่นั่นจมน้ำตาย หาศพไม่เจอ นักประดาน้ำหาไม่เจอ สุดท้ายทำพิธีบวงศรวง เจอว่ารากตะเคียนกอดไว้ (ใต้น้ำตก ที่เรายืนหากสังเกตุ ตอนเราเดินไป จะอยู่ตรงข้ามเลยค่ะ ตรงนั้นหล่ะแอ่งกะทะ ใต้นั้นเป็นรากตะเคียน แม่ะ เล่าซะยาว แห่ะ)

... ชอบแนวการเขียน ออกเล่มใหม่เมื่อไหร่ นรินจะไปหาดูค่ะ

big smile big smile big smile sad smile confused smile


..." ในหนึ่งคน ปนปมด้อย หากไม่ปล่อย วางว่างเปล่า ก็จะเข้ามาแทน อยู่เรื่อยไป คือความรู้สึก ... บางคนเหงา เศร้า ทุกข์ หรืออะไรอีกมากมาย ... แต่หาใช่ ทุกช่วงแห่งอารมณ์ จะอยู่ยั้ง กระนั้น ไม่มีเลย ...ตราบใดที่เป็นมนุษย์ ก็ย่อมมีความหลากหลาย "

(นรินเป็นงี้ ก็เลย ชอบเขียนตอนที่รู้สึก หรือมีอะไรเปลี่ยนแปลง กับสภาวะทางอารมณ์ แต่รู้เสมอว่า " เดี๋ยวเกิดได้ มิวาย เดี๋ยวดับลง มันก็เกิด ดับ เป็นอย่างนี้ ก็เลยใส่มันเต็มที่ เขียนออกมา .... สติรู้ ว่าคือสภาวะทางอารมณ์ " รู้เท่าทันอารมณ์ " )แหะ แบบว่า เรื่องป่าเขา กับเรื่องรวม ๆ แนว ๆ คุยยาวเลยค่ะ


....เขียนได้เห็นภาพ อ่านสนุก มันส์ ได้ฟิวส์ เหอ ๆ ศิลปิน

Hot! Hot! Hot!

#4 By nrintip(whitepingeon) on 2011-01-11 20:54

Hot! Hot! Hot!

สวัสดีค่ะ

จะติดตามค่ะ



confused smile

#3 By nrintip(whitepingeon) on 2011-01-11 18:33

คงไม่เกินปี 54 ผลงานชุดที่ หก คงออกมาเป็นเล่ม ติดตามอ่านน่ะครับ

#2 By ภูสูง on 2011-01-11 15:08

กว่าจะคลอด ป่า เขา ลำธาร ออกมาได้เล่นเอาเหนื่อยใช้เวลาแรมเดือน ขอบคุณมือกล้องฝีมือสหายหญิงของผมเอง

#1 By ภูสูง on 2011-01-11 15:03